Cloud Computing คืออะไร?

Cloud Computing เทคโนโลยีที่เข้ามาในบ้านเราได้นานพอสมควรแล้ว  ด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยให้เกิดความสะดวกสบายในการเข้าถึงข้อมูล ทำงาน ใช้งานอินเตอร์เน็ตมากยิ่งขึ้น Cloud Computing ถูกนำมาใช้อย่างมากมายในกิจกรรมงานต่าง ๆ ที่ต้องใช้อินเตอร์เน็ตเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น การใช้อินเตอร์เน็ตที่มีการเข้าถึงที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน อีกทั้งบนอุกรณ์ประเภทสมาร์ทโฟนมีมีเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว และเป็นอุปกรณ์ที่มีความสามารถในการใช้งานขั้นสูงขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงไปการทำงานผ่านแอพพลิเคชั่นหรือการแชร์พื้นที่เก็บข้อมูล ก็ใช้การจัดเก็บข้อมูลบนระบบ Cloud server เช่นกัน ซึ่งเราสามารถเปิดดูหรือแก้ไขไฟล์ได้จากทุกที่ทุกเวลา

รูปภาพอธิบายหลักการทำงาน Cloud Computing

ภาพที่ 1 Cloud Computing
ที่มา : https://blog.sogoodweb.com/Article/Detail/9029

Cloud computing เป็นการประมวลผลที่มีลักษณแบบกลุ่มเมฆ เปรียบเสมือนศูนย์กลางคลังข้อมูลที่ให้บริการพื้นที่จัดเก็บข้อมูล แอพพลิเคชั่น แพลตฟอร์ม ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต พร้อมทั้งมีบริการดูแลข้อมูลและจัดสรรทรัพยากร ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ ได้ทุกที่ ทุกเวลา และเสียค่าบริการตามปริมาณการใช้งานหรือเวลาการใช้งานที่ผู้ให้บริการกำหนดไว้ ซึ่งยืดหยุ่นต่อการใช้งานเป็นอย่างมาก

รูปแบบของ Cloud Computing

         Cloud Computing แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ โดยแบ่งตามลักษณะของ Infrastructure

               – Public Cloud คือ Cloud ที่สร้างขึ้นเพื่อให้ทุกคนสามารถใช้งานได้ โดย Server ตั้งอยู่ในสถานที่ที่แตกต่างกันตามการดูแลของผู้ให้บริการ ซึ่งเป็นเจ้าของและเป็นผู้ดูแลระบบเก็บข้อมูลและเครือข่าย ผู้ใช้งานจะใช้บริการผ่าน Web Services

               – Private Cloud คือ ผู้ใช้งานจะเป็นผู้บริหารจัดการระบบเอง ผู้ดูแลระบบเก็บข้อมูลและเครือข่ายด้วยตนเอง โดยมีการจำลอง Cloud Computing เพื่อใช้งานส่วนตัว แต่ผู้ให้บริการก็จะช่วยติดตั้ง และดูแลการแก้ปัญหาเมื่อเกิดปัญหาให้

               – Hybrid Cloud คือ การรวมเอา Public Cloud และ Private Cloud เข้ามาใช้ควบคู่ไปด้วยกัน

รูปแบบการให้บริการของ Cloud computing

จะแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ดังนี้

1. Infrastructure as a service หรือ IaaS

           บริการโปรแกรมจำลองเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือที่เรียกว่าเวอร์ชวล แมชชีน (Virtual Machine) ซึ่งสามารถเข้าถึงผ่านระบบเครือข่าย ช่วยรองรับความต้องการใช้งานในการประมวลผลหรือสตอเรจต่างๆ ในรูปของ Service เช่น พวก Server, Memory, CPU, Disk Space หรือ Network Equipment เป็นต้น ทำให้ไม่ต้องการลงทุนทางด้าน Hardware โดยยืดหยุ่นขนาดและปริมาณในการใช้งานกับความต้องการของแอพพลิเคชั่น

2. Platform as a service หรือ PaaS

           บริการด้านแพลตฟอร์มหรือ สภาวะแวดล้อมที่ประกอบด้วยฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของระบบคอมพิวเตอร์ ระบบหนึ่ง สำหรับการออกแบบและการพัฒนาแอพพลิเคชัน การทดสอบหรือการติดตั้ง และ Hosting บนอุปกรณ์นั้น ๆ

3. Software as a service หรือ SaaS

           เป็นบริการด้านแอพพลิเคชันโดยคิดค่าบริการตามจำนวนของผู้ใช้หรือตามปริมาณการใช้งานของผู้ใช้งาน เป็นการให้บริการ Software ในรูปแบบ Service  ตาม function ที่กำหนดไว้ ซึ่งไม่ใช่แอพพลิเคชั่น เลือกใช้บริการตามลักษณะของการเช่า หรือสมัครเป็นสมาชิก ตัวอย่างเช่น  Google Apps หรือ Google Mail

จุดเด่นของการใช้งาน Cloud Computing

           Cloud Service มีจุดเด่นในด้านความเร็วในการเปิดใช้งานบริการจากผู้ให้บริการ ในกรณีที่เราต้องการขยายการใช้งานให้เพียงพอต่อการใช้งาน เราสามารถทำได้รวดเร็วเพียงแค่แจ้งการร้องขอใช้บริการถึงผู้ให้บริการ อีกทั้งมีค่าบริการเริ่มต้นที่ถูก เสียค่าบริการตามจำนวนการใช้งานของบริการนั้น ๆ  หากมีการใช้งานมากขึ้นก็จ่ายค่าบริการเพิ่มตามจำนวนที่ใช้งาน  ประหยัดค่า infrastructure การวาง server ค่าไฟฟ้า ค่า hardware ค่าดูแลรักษาต่าง ๆ  และมีปลอดภัยของข้อมูล เพราะสามารถทำการ backup ข้อมูลต่าง ๆ ของเราไว้ได้อย่างมีระบบ และทำการ recovery ในในกรณีที่เกิดปัญหารุนแรง

          Cloud Computing มีความสำคัญอย่างมาก ต่อการดำเนินธุรกิจ สมรรถนะที่สูงกว่าแต่เสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่า ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ช่วยลดความยุ่งยากซับซ้อนให้กับระบบไอทีครอบคลุมไปถึงเรื่องการจัดสรรทรัพยากร ซึ่งส่งผลดีต่อองค์กรเป็นแย่างมาก และผลจากการที่ปัจจุบันมีการใช้ Cloud กันอย่างแพร่หลาย ก็ย่อมเป็นการเพิ่มความกดดันต่อ การกระตือรือล้นหรือพัฒนาทั้งตนเองและองค์กรให้พัฒนาและทันสมัยอยู่เสมอ ด้วยเพื่อให้ทันต่อสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปรอบตัว แต่ทั้งนี้ก็ไม่ต้องกังวงในเรื่องค่าใช้จ่ายจนเกินไป การปรับตัวและหันมารับรูปแบบไอทีใหม่นี้ สามารถทำได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป 

          เห็นประโยชน์ของ Cloud Computing กันแล้วก็สรุปได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่กำลังมาแรงมากทั้งปัจจุบันและในอนาคต ก็ลองศึกษาเพิ่มเติมและลองทดลองใช้งานตามความเหมาะสมกันด้วยก็คงจะดีไม่น้อย