Oracle และ Google แข่งกันเสนอราคาสำให้กับสัญญา Pentagon cloud

สงครามที่ยืดเยื้อระหว่าง Amazon และ Microsoft ไม่ใช่ Darth Vader และ Luke Skywalker สำหรับสัญญามูลค่า 10 พันล้านดอลลาร์เพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ (DoD) ให้ทันสมัยได้เข้าสู่การผจญภัยครั้งใหม่

Microsoft ชนะสัญญา Joint Enterprise Defense Infrastructure (JEDI) ในปี 2019 แม้ว่าชัยชนะจะสั้นเมื่อ Amazon ยื่นฟ้องและชนะคำสั่งห้ามอันเนื่องมาจากการแทรกแซงของประธานาธิบดีที่อาจเกิดขึ้นในปี 2020

THAI DATA HOSTING สุดยอด Cloud Web Hosting และ VPS

ตั้งแต่นั้นมา เพนตากอนตัดสิน ว่าการให้รางวัลแก่ Microsoft นั้นยุติธรรม แต่ก็ยังตัดสินใจยกเลิกในอีกหนึ่งปีต่อมาเนื่องจาก “สภาพแวดล้อมทางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป”

สัญญา Joint Warfighting Cloud Capability (JWCC) ฉบับใหม่จะไม่ใช่ข้อตกลงของผู้จำหน่ายรายเดียว แต่เป็นการเลือกที่จะอนุญาตให้ผู้ให้บริการทั้งหมดที่ตรงตามข้อกำหนดของ DoD เป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยี

ในแถลงการณ์จากเพนตากอน รายละเอียดเพิ่มเติมถูกเปิดเผย: “รัฐบาลคาดว่าจะมอบสัญญา Indefinite-Delivery, Indefinite-Quantity (IDIQ) สองสัญญา – หนึ่งสำหรับ Amazon Web Services และอีกหนึ่งสำหรับ Microsoft – แต่ตั้งใจที่จะให้รางวัลแก่ผู้ให้บริการคลาวด์ทั้งหมดที่ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปฏิบัติตามข้อกำหนดของกระทรวงกลาโหม”

ในทางปฏิบัติ ผู้ให้บริการระบบคลาวด์ที่มีศักยภาพเพียงสองรายที่อาจแข่งขันกันเพื่อตำแหน่งในสัญญาคือ Oracle และ Google แม้ว่าเพนตากอนระบุว่ายังคงเชื่อว่ามีเพียง Amazon และ Microsoft เท่านั้นที่สามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างเต็มที่

“สัญญา IDIQ แต่ละสัญญา ซึ่งจะมีการวางคำสั่งงาน มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นระยะเวลาของการปฏิบัติงานหนึ่งช่วงระยะเวลาฐาน 36 เดือนโดยมีระยะเวลาตัวเลือก 12 เดือนสองช่วง กระทรวงฯ ยังคงประเมินเพดานสัญญาสำหรับการจัดซื้อจัดจ้างนี้ แต่คาดว่าจะต้องมีเพดานวงเงินหลายพันล้านดอลลาร์” แถลงการณ์กล่าวต่อ

Danielle Metz รอง CIO ของกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า “ในระดับสูง ข้อกำหนดของ JWCC นั้นรวมถึงการให้ความสามารถและความเท่าเทียมกันของบริการในทั้งสามระดับการจัดประเภท โซลูชันข้ามโดเมนแบบบูรณาการ ความพร้อมใช้งานทั่วโลกของสภาพแวดล้อมขอบยุทธวิธี และการควบคุมความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ได้รับการปรับปรุง ”

ต้องการเรียนรู้วิธีสร้างไฮบริดคลาวด์เชิงกลยุทธ์ใช่หรือไม่ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับHybrid Cloud Server เสมือนจริง  ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 18 มกราคม 2022 และสำรวจวิธีเพิ่มประสิทธิภาพและปลดปล่อยพลังของไฮบริดคลาวด์ของคุณ

Tags: Cloud Server , Mail Server

Mail Server สำคัญแค่ไหน

ปัจจุบันโปรแกรมที่ใช้ทำ Mail Server องค์กรมีให้เลือกใช้งานจำนวนมาก ในฐานะผู้ดูแลระบบเครือข่ายองค์กร การที่จะเลือกทูลตัวใดมาใช้งานต้องดูที่ความสามารถ ราคา ความง่ายในการใช้งาน และการสนับสนุนหลังการขาย ทั้งนี้โปรแกรมมีให้เลือกทั้งฝั่ง Open Source และเชิงการค้า (Commercial mail server) หากเลือกเป็น open source mail ผู้ดูแลระบบต้องศึกษาข้อมูลด้านเทคนิคเอง แต่ก็ไม่ยากจนเกินไปเนื่องจากมีสอนในเว็บไซต์มากมาย

THAI DATA HOSTING สุดยอด Cloud Web Hosting และ VPS

Email Hosting สำคัญแค่ไหน ? ต่างกับฟรีอีเมลยังไง ?

[email protected] แค่เห็นเท่านี้อย่างแรกที่องค์กรจะได้รับ คือ ความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจ ที่เป็นก้าวสำคัญสำหรับคำว่า “มืออาชีพ” คงจะแปลกไม่น้อยถ้าธุรกิจหลักล้านยังใช้ฟรีอีเมล @gmail.com หรือ @hotmail.com อยู่ อีเมลเหล่านั้นคือตัวจริง หรือตัวปลอม มีนโยบายในการดูแลรักษาข้อมูลลูกค้าที่เชื่อถือได้หรือ? จะไม่มีองค์กรไหนมารับรองได้แน่นอน

ให้เราดูแลสิ เราคือ “มืออาชีพ”

เราจัดสรร ออกแบบความสามารถ การใช้งาน และความปลอดภัยให้รองรับและเหมาะสมกับธุรกิจทุกระดับ ตั้งแต่ Start-up / SME จนถึงระดับ Corporate พร้อมการใช้งานหนักตลอด 24 ชั่วโมงบน Cloud Cluster Infrastructure ที่ดีที่สุดในโลกด้วยวิธี Hybrid Data Center ในประเทศไทย + Singapore (AWS Global ระดับโลก) Uptime 99.99% (เราทำได้ดีถึง 100% ในปี 2019 และ 2020)

เมล์เซิร์ฟเวอร์ (Mail Server) คือ อะไร และ ทำงานอย่างไร

เมล์เซิร์ฟเวอร์ หรือ Mail Server หากพูดเป็นภาษาง่ายๆ บ้านๆ เลย คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มี Hardware ที่คงทนกว่าคอมพิวเตอร์ทั้วไปจึงถูกเรียกว่าเป็น “เครื่อง Server” ซึ่งตั้งอยู่ในห้อง Data Center หรือ หากเป็นพูดง่ายๆ คือ ห้องที่มีการควบคุมอุณหภูมิ, มีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง, มีระบบสำรองไฟ เพื่อทำให้ Server นั้นสามารถทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพ (Stablelity), ซึ่งเครื่อง Server นี้ถูกนำมาลง Software เพื่อทำให้เป็น Mail Server ซึ่งมีหน้าที่ในการรับส่งอีเมล์และเก็บข้อมูลอีเมล์
ซึ่ง เมล์เซิร์ฟเวอร์ (Mail Server) มีหน้าที่ทำหน้าที่หลัก ดังนี้

  1. เก็บข้อมูล Email ทั้งหมด เช่น Inbox เป็นต้น
    เมล์เซิร์ฟเวอร์ (Mail Server) มีหน้าที่ในการเก็บข้อมูล ตั้งแต่ข้อความธรรมดา, ไฟล์แนบทุกประเภท ไว้ใน Harddisk ของ เมล์เซิร์ฟเวอร์ (Mail Server)
  2. รับอีเมล์ (Inbound)
    เมล์เซิร์ฟเวอร์ (Mail Server) ถือเป็นด่านแรกที่จะต้องทำการรับอีเมล์ ที่ถูกส่งจากภายนอกทั้งหมดและนำมาเก็บไว้ในเครื่อง, หาก เครื่องเมล์เซิร์ฟเวอร์ (Mail Server) มีการล่ม จะส่งทำให้ บุคคลภายนอกส่งอีเมล์เข้ามาไม่ได้
  3. กรองอีเมล์โฆษณา (Spam&Junk Mail) ในส่วนของขาเข้าก่อนที่จะส่งเข้าไปใน Inbox
    เมล์เซิร์ฟเวอร์ (Mail Server) ที่มีมาตรฐานต้องมีการกรอง Email ขาเข้าทั้งหมด และ ต้องแยกให้ได้ว่า Email ไหน สมควรนำส่งเข้าไปใน INBOX และ Email ไหนเป็น Junk หรือ Spam mail, หากเมล์เซิร์ฟเวอร์ (Mail Server) ไม่สามารถกรอง Spam ได้ดี Inbox ก็จะเต็มไปด้วย อีเมล์โฆษณา
  4. ส่งอีเมล์ (Outbound หรือ SMTP)
    เมล์เซิร์ฟเวอร์ (Mail Server) มีหน้าที่ส่ง เนื้อหา และ ไฟล์แนบ ไปยัง Email ปลายทาง ตามที่ผู้ใช้งานได้ระบุเอาไว้ในช่อง TO:, เมล์เซิร์ฟเวอร์ (Mail Server) ที่ไม่ได้มาตรฐานโดยส่วนใหญ่มักประสบปัญหา ไม่สามารถส่งอีเมล์ไปยังปลายทาง เช่น @hotmail, @gmail, @yahoo ไม่ได้ เนื่องจากประสบปัญหา IP ของ Mail Server นั้นติด Blacklist 

เมื่อเรารู้แล้วว่า Mail Server ต้องทำงานหนัก และ ทำหลายอย่างขนาดนี้, การเลือกซื้อหรือรับบริการ Mail server จากบริษัทใดบริษัทหนึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก, เพราะหากตัดสินใจผิดพลาดคุณก็อาจจะได้ใช้ Mail Server ที่มีปัญหาตามที่กล่าวมาข้างต้น 

Server คืออะไร ?

Server คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ชนิดหนึ่งที่มีหน้าที่สำหรับเก็บข้อมูล เป็นตัวคอยบริการสิ่งต่าง ๆ ตามคำเรียกร้อง (Request) ของผู้ใช้งาน (Client) 
ยกตัวอย่างเช่น Web Server หากมีผู้ใช้งาน ต้องการเปิด Website ที่ Server นั้นให้บริการอยู่ ตัว Server ก็จะส่งข้อมูลของ Website นั้น ๆ ไปให้แก่ผู้ใช้งาน นั่นเอง

แล้ว Cloud Server คืออะไร ?

Cloud Server เป็นกลุ่มของ Physical Server หลาย ๆ ตัว ที่ช่วยกันทำงานให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ซึ่ง Cloud Server นี้ จะให้บริการในรูปแบบ Virtual Server (เซิร์ฟเวอร์เสมือน)

Cloud Server เอาไว้ทำอะไร?

สามารถใช้งานได้เหมือนกับ Server ทั่วไปเลย ยกตัวอย่างเช่น นำไปทำ Web Server, Application Server เป็นต้น

ถึงตรงนี้ก็พอจะเข้าใจแล้วใช่ไหมคะ ว่า Cloud Server ดีอย่างไร และทำอะไรได้บ้าง นอกจากนี้ทาง Cloud HM เอง มีการให้บริการ Cloud Platform ครบวงจร ทั้ง Domestic Cloud และ Global Cloud เพื่อตอบสนองความต้องการรอบด้านของลูกค้า ดังนี้

THAI DATA HOSTING สุดยอด Cloud Web Hosting และ VPS

รับทำ Sale Page เว็บไซต์เซลเพจ ใช้ง่าย ร้านค้าออนไลน์ปิดการขายเร็ว

บริการรับทำเว็บไซต์ Sale Page

เว็บไซต์สามารถซื้อขายสินค้าและบริการผ่าน เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจ

Sale Page คือ อะไร?

Sale Page (หรือถ้าสะกดถูกต้องตามหลักภาษาว่า Sales Page แต่ผู้ใช้งานในไทยนิยมใช้คำว่า Sale Page ในบทความนี้ WOW จึงขอใช้ตามความนิยมเพื่อความเข้าใจง่ายๆ) คือ หน้าเว็บหน้าหนึ่งของเว็บไซต์ ที่มีหน้าที่จูงใจให้คนที่เข้ามาซื้อสินค้าหรือบริการจากเว็บฯ

หน้า Sale Page จะมีคำพูดและรูปแบบที่เชิญชวนคนที่เข้ามายังหน้านี้ รู้สึกอยากทำตามที่ Sale Page นี้บอกมากๆ เช่น ซื้อของ สมัครสมาชิก Sale Page ที่ดีต้องทำให้เกิดความรู้สึกและพฤติกรรมตามวัตถุประสงค์ของ Sale Page ให้ได้

Sale Page กับ Landing Page ต่างกันอย่างไร?

Sale Page กับ Landing Page คล้ายกันตรงที่เกิดขึ้นตามเป้าหมายใหญ่ขององค์กร แต่ต่างตรงที่ Landing Page จะทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการขายก็ได้ เช่น ประชาสัมพันธ์องค์กร ลงทะเบียนรับข่าวสาร เข้าร่วมกิจกรรม ฯลฯ

บอกคนคลิกเข้าดูให้รู้ว่าเราทำอะไร

เป็นเรื่องสำคัญมาก ที่จะบอกให้คนที่กดคลิกเข้ามาดู ได้รู้ว่า เว็บไซต์หรือเพจของเราทำอะไร ขายอะไน ให้อะไรกับคนที่กำลังค้นหาข้อมูลบน Google แล้วคลิกเข้ามาเจอเว็บของเรา

ซึ่งในหน้าเพจนั้นเราต้องบอกให้ชัดเจน ครอบคลุม อย่ากั๊ก เพราะไม่เช่นนั้นเขาจะกดเลื่อนออกไปดูอย่างอื่น เนื่องจากทุกคนสามารถกดคลิกออกมาจากเว็บได้ง่ายๆ

เพิ่มความน่าเชื่อถือของสินค้า

เคยเป็นกันหรือไม่ครับ อยากจะซื้อสินค้าอะไรสักอย่าง พอกดค้นหาบน Google เจอการแสดงผลและเว็บไซต์ขึ้นมา พอกดเข้าไปดู แล้วเจอเป็นเว็บไซต์ที่แบกกราวน์มืดๆ ดูเป็นเว็บเก่าๆ น่าจะทำมานานหลายปี ถึงแม้จะมีสินค้าวางขายเยอะ แต่คุณรู้สึกไม่มั่นใจที่จะสั่งซื้อ

ซึ่งการที่เรามีเว็บไซต์ที่เป็นหน้าร้านของเราที่ชัดเจน บอกว่าเราทำอะไร แบรนด์อะไร หรือกระทั่งบอกสถานที่อยู่หรือที่ตั้งของร้านค้านั้นๆว่าเปิดร้านหรือมีสำนักงานอยู่ที่ไหน รวมถึงช่องทางติดต่ออื่นๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า แล้วถ้ามีการดีไซน์เว็บออกมาให้ดูดี ก็ยิ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือมากขึ้น โอกาสขายสินค้าและทำตลาดก็มากตามไปด้วย

ดังนั้นในส่วนของการออกแบบ Sale Page ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะทุกวันนี้บรรดาเว็บเพจใหญ่ๆก็ยังมองข้ามไปมาก แต่เราพบว่าเว็บเพจขนาดเล็กและที่สร้างขึ้นมาใหม่ช่วงหลังจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ

เป็นหน้าสำหรับปิดการขาย

โดยชื่อของ Sale Page ก็บอกอยู่แล้วว่าคือ หน้าการขาย ดังนั้นมีสินค้าอะไรที่ “โดดเด่น” “เป็นจุดขาย” คุณก็ต้องนำเสนอขึ้นมาบนหน้านี้เลยครับ

ในหลายเว็บ มีสินค้าอยู่หลายประเภทก็ไม่เป็นไร เพราะเราสามารถทำหน้าขายสินค้า Product เอาสินค้าต่างๆมาวางไว้ รวมถึงบอกราคาได้ แต่สำหรับหน้า Sale Page แนะนำว่าเอาสินค้า พระเอก นางเอก ของเรานำเสนอขึ้นมาเลยครับ แล้วมีปุ่มคลิกไปต่อสำหรับการ

  • สั่งซื้อสินค้า
  • สมัครสมาชิก
  • ดูรายละเอียด

ดังนั้นในภาพรวมแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับว่าต้องการอะไรเป็นหลัก สำหรับการปิดการขาย

ช่วยดันอันดับ SEO

เป็นอีกข้อที่สำคัญมาก เพราะการทำหน้า Sale Page ยังสามารถช่วยดันอับดับของ รับทำ SEO บน Google Search ได้อีกด้วย ไม่ว่าจะค้นหาด้วยคีย์เวิร์ด หรือคำค้นหาอะไรก็ตาม โดยเราสามารถใส่คอนเทนต์หรือหัวข้อที่เกี่ยวกับการค้นหา Keywords ต่างๆลงไป เพื่อช่วยเพิ่มการค้นหาแบบ Organic Search ให้มากขึ้น

สรุปง่ายๆว่า เป้าหมายหลักของ Sale Page คือเป็นหน้าตาของร้านค้าบนออนไลน์ของเราสำหรับการขาย นำเสนอสินค้าและบริการ และภาพรวมที่เราต้องการนำเสนอให้คนที่คลิกเข้ามาดูแล้วเกิดความประทับใจจนอยากที่จะคลิกไปดูหน้าอื่นในเว็บเพจของเรานั่นเอง